Food Feature
AUTHOR: pornthip
CREATE DATE: 23 Dec 2016

‘ฟักทอง’ พืชมหัศจรรย์ ของดีที่ต้องบอกต่อ

Pumpkins

ทุกวันนี้ไม่ว่าใครก็คงอยากมีสุขภาพดีกันทั้งนั้น แต่ถ้าใครอยากมีหุ่นสเลนเดอร์เป็นของแถมขอแนะนำพืชมหัศจรรย์ที่ให้พลังงานต่ำและมีคุณอนันต์ ที่เด็ดมากคือสามารถอร่อยได้ทั้งเมนูคาวและหวาน…จะเป็นอะไรไปได้ ถ้าไม่ใช่ ฟักทอง’

ฟักทองกับประโยชน์อันโดดเด่น

หากใครเคยลิ้มชิมรสฟักทอง จะทราบดีว่ามีรสหวานละมุน และมีความมันเบาๆ ซึ่งฟักทองถือว่าเป็นพืชมหัศจรรย์ที่มีคุณสมบัติไม่ธรรมดา เพราะไขมันต่ำ ให้พลังงานน้อย เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังไดเอท แถมมีกากใยหรือไฟเบอร์สูง จึงช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดี (แต่ก็ขึ้นอยู่กับเมนูด้วยนะ ถ้านำไปทำเป็นขนมหวาน ก็คงช่วยไม่ได้นะเรื่องนี้)

และไม่ใช่แค่เรื่องของการควบคุมน้ำหนักเท่านั้น แต่ฟักทองยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ อีกมากมาย เช่น มีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงผิวให้เงางาม และเส้นผมแข็งแรง ไม่เปราะบางง่าย มีฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูก มีวิตามินซี ทั้งยังป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ป้องกันการติดเชื้อไวรัส และแบคทีเรียหลายชนิด ที่สำคัญอีกข้อสำหรับสาวๆ คือช่วยเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต และไขมัน

ส่วนที่ต้องยกนิ้วให้เลย เห็นจะเป็นสารอาหารที่พบได้ในผักผลไม้สีส้ม เหลือง แดง อย่าง ‘เบต้าแคโรทีน’ สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งทางผิวหนัง ลดความเสื่อมของเซลล์จากอนุมูลอิสระ ชะลอริ้วรอยและความแก่ เสริมสร้างผิวพรรณให้สดใส ไม่หมองคล้ำ อีกทั้งยังช่วยให้สายตามองในที่มืดได้ดีอีกด้วย

โอ้โหยอมรับเลยว่า ฟักทองหนึ่งผล อุดมด้วยประโยชน์ที่มากล้นจริงๆ

ฟักทอง ของมีคุณค่า ทุกสัดส่วน

ฟักทองถือว่าเป็นของหาง่าย ไม่ว่าจะเดินตามท้องตลาดทั่วไป หรือแม้กระทั่งในห้างสรรพสินค้า เราสามารถพบเจอฟักทองได้ในหมวดผัก วางจำหน่ายทั้งแบบผลหรือหั่นเป็นซีกก็มีให้เลือกสรร…รู้ไหมว่า แต่ละส่วนของฟักทองอัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ สามารถดัดแปลงมาทำอาหารได้หลายเมนู เรามาดูกันเลยดีกว่า

ใบอ่อน มีวิตามินซีสูงเท่ากับเนื้อฟักทอง ทั้งยังมีฟอสฟอรัส บำรุงกระดูก ป้องกันโรคหวัด รวมถึงช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน

ดอก มีวิตามินเอ แคลเซียม ฟอสฟอรัส แถมยังมีวิตามินซี สามารถป้องกันโรคหวัด รวมถึงมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมและเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกายได้

เมล็ด มีสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ฟอสฟอรัส โปรตีน และมีสารอาหารอย่างสังกะสีที่ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ ยังมีสารที่ชื่อ คิวเคอร์บิตาซิน ซึ่งสารตัวนี้จะช่วยกำจัดพยาธิตัวตืด และช่วยขับปัสสาวะ ป้องกันโรคนิ่ว

pumpkin-reน้ำมันจากเมล็ดดอกฟักทอง ช่วยบำรุงประสาท มีกรดอะมิโนบางชนิด ที่ช่วยป้องกันปัญหาเรื่องต่อมลูกหมากโต อีกทั้งยังช่วยปรับระดับฮอร์โมนเพศชายให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

ราก นำมาต้มใช้ดื่มแก้ไอ และยังช่วยบำรุงร่างกายได้ดีด้วย

เปลือก มีฤทธิ์ทางยามากมาย หากกินฟักทองทั้งเปลือก จะสามารถกระตุ้นการหลั่งสารอินซูลินในร่างกาย ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดเบาหวาน ความดันโลหิต บำรุงตับ บำรุงไต ไปจนถึงบำรุงดวงตา

เยื่อที่อยู่กลางผลฟักทอง เป็นส่วนที่เราคว้านทิ้งเวลานำฟักทองมาทำอาหาร ซึ่งเยื่อตัวนี้สามารถนำมาพอกแผลได้ แก้อาการฟกช้ำ หรือปวดอักเสบได้เป็นอย่างดี

ทั้งหมดที่กล่าวไป หากนำมาประกอบอาหารจะได้ดังนี้ เมล็ดฟักทองนิยมนำไปอบหรือคั่วเกลือ เป็นของขบเคี้ยวยามว่าง ส่วนยอดอ่อน ใบ และดอกตูม นำไปลวกหรือต้มให้สุก กินแกล้มกับน้ำพริกก็กลมกล่อมไม่หยอก ยอด ดอก รวมถึงผลของฟักทอง สามารถนำไปใช้ในอาหารคาวอย่างแกงเลียง แกงส้ม ฟักทองผัดไข่ ฯลฯ

Homemade pumpkin tart pie organic sweet dessert food with various

จบอาหารคาว มาเล่ากันต่อถึงของหวาน ของหวานที่คนส่วนใหญ่มักนำไปทำก็มีหลากหลายสไตล์ จะเมนูไทยจ๋าอย่างฟักทองเชื่อม สังขยาฟักทอง และฟักทองแกงบวช ก็อร่อยแนวหวานบาดใจ หรือขนมเบเกอรี่แนวฝรั่งก็มีให้เห็นกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโดนัทฟักทอง ขนมปังรสฟักทอง เค้กฟักทอง ฟักทองอบกรอบ เมนูพวกนี้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้ดีพอสมควร

ฟักทองนึ่ง เมนูของคนอยากผอม

ฟักทองถูกพูดถึงในหมู่กลุ่มคนเฮลธ์ตี้ว่าเป็นสุดยอดอาหารคลีน เหมาะแก่สาวๆ หรือใครก็ตามที่ไม่อยากอ้วน อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นว่าฟักทองมีไขมันต่ำ ให้พลังงานน้อย ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตประมาณ 6.5 กรัม (ถ้าเทียบจากสัดส่วนของฟักทองในปริมาณ 100 กรัม) หากรับประทานโดยเพิ่มปริมาณโปรตีน รวมถึงผักควบคู่ไปด้วย ก็จะทำให้น้ำหนักลดลงโดยไม่ต้องพึ่งยาลดความอ้วน

Foodsawasdee อยากแนะนำเมนูที่มีวิธีทำง่ายๆ อย่างฟักทองนึ่ง เพียงใช้เตาไมโครเวฟก็สามารถเนรมิตฟักทองนึ่ง สูตรของดีเจภูมิ ภูมิใจ ตั้งสง่า ผู้ที่เปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการลดน้ำหนักจากการออกกำลังกาย และเลือกกินอาหารดีมีประโยชน์ จนกลายเป็นเจ้าพ่อด้านอาหารคลีนไปแล้ว

pumpkin

สูตรนี้ใช้เวลาทำไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แรกเริ่มก็ล้างและหั่นฟักทองตามความเหมาะสม (ไม่ควรหนาจนเกินไป) สำหรับกินวันละ 1 – 2 ซีก/วัน จากนั้นนำฟักทองวางบนที่นึ่งแล้วรองด้วยชามใส่น้ำ เข้าเตาอบไมโครเวฟพร้อมครอบฝาเพื่อเก็บรักษาไอน้ำเสมือนนึ่งฟักทองไปในตัว เลือกระดับไฟค่อนข้างสูง ราวๆ 10 – 15 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดความหนาของฟักทองด้วย เมื่อครบเวลาที่กำหนด ก็พร้อมตัดกินได้ตามชอบ สำหรับสายเฮลธ์ตี้บางรายติดใจกินฟักทองแทนข้าวขาวเลยก็มี

เห็นไหมไม่ยากเลยกับเมนูฟักทองที่ง่ายแสนง่าย แถมได้ประโยชน์สารพัด แต่มีข้อเสริมอีกสักนิด คือฟักทองนั้นควรเลือกกินแต่พอดี หากกินมากเกินไปอาจตัวเหลือง และเกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ เราจึงควรกินสลับกับอาหารจำพวกผักผลไม้ที่ให้พลังงานใกล้เคียงกัน เพื่อลดปัญหาจุดนี้

ถึงเวลาที่เราควรหันมาดูแลตัวเองได้แล้ว ลองปรับพฤติกรรมการกินสักหน่อย จากปกติที่กินของไม่ค่อยมีประโยชน์ เปลี่ยนมากินเมนูสุขภาพอย่างฟักทองดูบ้าง เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ร่างกาย แถมได้หุ่นอรชรอ้อนแอ้นกลับมาอีกด้วย

ADVERTISMENT
ADVERTISMENT
ADVERTISMENT
ADVERTISMENT